งานนี้ไปถึงค่อนข้างเย็นมากๆ มัวแต่เซ็ตกล้องตัวใหม่ อืมความจริงไม่น่าจะเรียกว่าเซ็ตนะครับ เรียกว่าเรียนรู้ฟังค์ชั่นมันมากกว่า เพิ่งได้มาใหม่เลยครับ ถอยออกจากร้านแบ็ตยังไม่ได้ชาร์ตเลยครับ แต่พอดีว่าพอมีแบ็ตแถมมาให้ประมาณครึ่งนึง ทางร้านบอกว่าซัดไปได้เลยครับไม่เป็นไร ผมก็บ้าจี้ทำตามเลยครับ เพราะว่าถึงห้ามผมก็คงไม่สนอยู่ดี เพราะว่าอุตส่าห์ขับรถไปตั้งชั่วโมงกว่า จะถือกล้องไปให้เมื่อยทำไมถ้าไม่ถ่าย ผมและพักพวกเอาไปนั่งเล่นตอนกินข้าวเย็นที่ตลาดอยู่พักนึง เพื่อนๆ ก็ช่วยกันอธิบายฟังค์ชั่นแบบ คอร์สเร่งด่วนเลยครับ เพราะว่าในทีมมี 5 คน และ 4 คนใช้กล้อง nikon เหมือนผม ผมก็เลยได้รับ อนิสงฆ์ตรงนี้ไปโดยอัตโนมัติครับ ความรู้่ระดับขั้นเทพ พรั่งพรูมาแบบ 4 ทิศเลยครับ มึนเหมือนกันแต่ทำเป็นแกล้งเข้าใจไปครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลามากไปกว่านี้
ใช้เวลาติวกันอยู่ประมาณชั่วโมงกว่า รวมเวลากินข้าวไปด้วย แต่ก็พอเข้าใจครับ หลังจากนั้นก็ออกไปไล่ยิงภาพกันแบบว่าไม่ยั้งครับ ผลออกมาก็อย่างที่เห็นครับ
สำหรับตลาดน้ำอัมพวาถ้ามีเวลาเยอะหน่อยผมว่ามันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์มากๆ เลยนะครับ มันเหมือนเราได้ย้อนกลับไปในอดีตชาติ ไม่ถึงขนาดนั้น ประมาณว่าัความรู้สึกมันได้สัมผัสกับอะไรที่มันย้อนๆ ยุคหน่อยน่ะครับ บางทีเบื่อๆ ตึก คอนโด ปูน ความวุ่นวายก็ลองแวะไปเที่ยวที่นี่หน่อยก็ดีเหมือนกันนะครับ
รอบนี้พลาดครับไม่ได้นั่งเรือไปดูหิ่งห้อยเพราะว่ามัวแต่เดินกิน แล้วก็ถ่ายรูปอยู่ตามริมแม่น้ำ ยังไงรอบหน้าจะไม่พลาดสำหรับกิจกรรม นั่งเรือดูหิ่งห้อยอย่างแน่นอน แล้วถ้าไปอีกเมื่อไหร่จะเก็บภาพมาฝากเพิ่มนะครับ
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดน้ำอัมพวา
ตลาดน้ำอัมพวาเป็นตลาดริมคลอง ตั้งอยู่ใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม (จอดรถที่วัดอัมพวันเจติยารามได้) ทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ในช่วงเวลาเย็นตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00-20.00 น. ในคลองอัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว กาแฟ โอเลี้ยง ขนมหวานต่างๆ และมีรถเข็นขายของบนบกด้วย บรรยากาศสบายๆ มีเพลงฟัง จากเสียงตามสายของชาวชุมชน ประชาชนสามารถเดินเที่ยวชมตลาดหาซื้ออาหารรับประทานและเช่าเรือไปเที่ยวชมดูหิงห้อยในยามค่ำคืนได้
"อัมพวา" เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของ จังหวัดสมุทรสงคราม บรรยากาศของที่นี่จะร่มรื่นไปด้วยสวนผสมริมน้ำ ทั้งลิ้นจี่ มะม่วง มะพร้าว มะละกอ กล้วย ส้มโอ ฯลฯ สารพัดผลไม้รอให้เรามาชื่นชม โดยเราสามารถหลบร้อนไปลงเรือล่องคลองชมสวน สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน ชิมผลไม้ต่างๆ หรือซื้อกลับไปกินบ้านให้ชื่นฉ่ำใจก็ได้ไม่มีใครว่า หรือจะเลือกปั่นจักรยานเช่าถีบไปคู่ขนานกับท้องร่อง ก็ได้อรรถรสอีกแบบหนึ่ง
นอกจากการเที่ยวชมวิถีธรรมชาติแล้ว การท่องเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ อย่างเช่นการไหว้พระ ทำบุญ ที่ "วัดแว่นจันทร์" ซึ่งมีโบสถ์ไม้สักอายุกว่าร้อยปี ซึ่งเพิ่งผ่านการบูรณะมา แลดูสดใหม่ แต่ว่ากันว่า รูปลักษณ์ยังคงสถาปัตย์เก่าแก่สมัยต้นรัตนโกสินทร์โน่นทีเดียว ต่อกันที่ "วัดภุมรินทร์กุฎีทอง" มีกุฎีเป็นเรือนไม้สักทองขนาดใหญ่ เขียนลายรดน้ำปิดทองทั้งหลัง โดยพระมเหสีในรัชกาลที่ 1 เป็นผู้สร้างถวายเจ้าอาวาสในสมัยนั้น ตัวกุฎีแต่เดิมมีถึง 3 หลังแต่ถูกน้ำเซาะหายไปเหลือเพียงหลังเดียว ปัจจุบันภายในจัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องใช้โบราณที่ชาวบ้านเอามาถวายวัด นั่นเอง
และไม่ควรพลาดชมอันซีนที่ "วัดบางกุ้ง" ตั้งอยู่บนถนนราชบุรี - วัดโบสถ์ อำเภอบางคนที ซึ่งเป็นบริเวณค่ายบางกุ้ง เดิมเคยเป็นค่ายทหารเรือ สมัยพระเจ้าเอกทัศน์แห่งกรุงศรีอยุธยา เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ ที่มีเรื่องราวของวีรกรรมชาวแม่กลอง ...ใน บริเวณวัดมีกำแพงจำลองของค่ายอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สระน้ำโบราณอายุประมาณ 400 ปี และพบสิ่งมหัศจรรย์หนึ่งอย่าง ได้แก่ โบสถ์ปรกโพธิ์ เป็นอารามเก่าแก่ คาดว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ราวปี พ.ศ. 2250-2300 ซึ่งมีต้นไม้ 4 ชนิด คือ ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร และต้นกร่าง ค้ำยันแผ่กิ่งก้านคลุมโบสถ์ไว้จนไม่เห็นรูปทรง ภายในโบสถ์เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อนิลมณี (หลวงพ่อดำ) ซึ่งเป็นพระพุทธรูป ปู นปั้นขนาดใหญ่ สวยงามและอัศจรรย์ไม่น้อยเลย
นอกจากนี้ เรายังสามารถนั่งเรือข้ามแม่กลองสู่ท่าเทียบเรือบริเวณ "อุทยาน ร. 2" หรือ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งภายในจัดแสดงศิลปวัตถุและความเป็นอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 2 ทั้งยังมีโรงละครกลางแจ้ง และสวนพฤกษชาติ ซึ่งเป็นสวนพันธุ์ไม้ในวรรณคดีนานาชนิดอีกด้วย
ตกเย็นการท่องเที่ยวยังไม่จบสิ้น และเป็นไฮไลต์ของการเยือนอัมพวาเลยทีเดียว นั่นคือ การชมและชิมอาหารหลากหลายที่"ตลาดน้ำอัมพวา" เป็นตลาดริมคลอง ตั้งอยู่ใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม (จอดรถที่วัดอัมพวันเจติยารามได้) ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ ในช่วงเวลาเย็นตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 - 20.00 น. ในคลองอัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว กาแฟ โอเลี้ยง ขนมหวานต่างๆ และมีรถเข็นขายของบนบกด้วย บรรยากาศสบายๆ มีเพลงฟัง จากเสียงตามสายของชาวชุมชน ประชาชนสามารถเดินเที่ยวชมตลาดหาซื้ออาหารรับประทานและเช่าเรือไปเที่ยวชมดู หิงห้อยในยามค่ำคืนได้
หรือถ้าหากอยากนั่งดินเนอร์สบายๆ รับสายลมเย็น ...ร้านอาหารบรรยากาศดีๆ ริมแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งมีอยู่มากมาย ก็รอให้คุณมาลิ้มรสอาหารทะเลสดๆ รสชาติแนะนำได้เลยทีเดียวครับ
หลังจากชิมอาหารและท่องตลาดน้ำยามเย็นกันจนอิ่มท้องแล้ว ถ้าใครไม่หมดแรงไปซะก่อน ต้องต่อด้วยทริปลงเรือล่องแม่กลองชมหิ่งห้อย ซึ่งเป็นโปรแกรมปิดท้ายที่ไม่ควรพลาด เพราะตลอดช่วงระยะ 4 - 5 กิโลเมตรเลียบลำน้ำแม่กลอง กับบรรยากาศที่เงียบและมืดพอสมควร เราก็จะได้เห็นหิ่งห้อยที่กระจุกตัวอยู่รวมกันเป็นดงใต้ต้นลำพู ส่องแสงกระพริบวิบวับให้เราได้ชื่นชมกัน ราวกับไฟคริสต์มาสไม่มีผิด...ซึ่งการใช้เรือยนต์ ก็ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศน์ของลำน้ำแม่กลองไม่น้อย อันอาจจะทำให้หิ่งห้อยลดจำนวนลง จึงขอแนะนำว่าควรใช้เรือพาย พายไปเงียบๆ กับตะเกียงส่องทาง หรือนั่งชมหิ่งห้อยอยู่ที่ท่าน้ำหน้าโฮมสเตย์ที่พัก ก็ได้กลิ่นอายความโรแมนติกดีทีเดียว อ้อขอแนะนำเกี่ยวกับวิธีการถ่ายภาพหิ้งห้อยนิดนึงนะครับ เราไม่ควรใช้แฟลซนะครับ เพราะว่าจะทำให้หิ้งห้อยตื่นตกใจแล้วจะบินหายไปหมดนะครับ
การ ชมหิ่งห้อยต้องใช้เวลาช่วงหัวค่ำจนถึงกลางดึก ซึ่งหากมีเวลา และไม่รีบเร่งมากนัก ก็ควรพักที่อัมพวาสักหนึ่งคืน ซึ่งที่พักไม่ว่าจะเป็นแบบรีสอร์ท หรือแบบโฮมสเตย์ ก็มีให้เลือกมากมาย เลยนะคะ มีตั้งแต่ราคาคืนละ 100 บาท ไปจนถึงแบบอลังการคืนละ 7,000 - 8,000 บาท ก็มีครับ ขึ้นอยู่กับว่าชอบแบบชาวบ้านๆ หรือหรูหราหน่อยนั่นเอง แถมรุ่งเช้าเรายังสามารถตื่นมารับแสงอาทิตย์ของวันใหม่ และทำบุญตักบาตรพระ ซึ่งพายเรือมาบิณฑบาตรถึงท่าน้ำที่พักกันเลยครับ ได้บรรยากาศวิถีชิวิตริมน้ำแบบไทยโบราณสุดๆ แถมยังได้บุญอีกด้วย เที่ยวสนุก...ผ่อนคลาย.. .ปลดปล่อยความวุ่นวายจากเมืองกรุง มาสัมผัสบรรยากาศเย็นสบายสไตล์ชาวอัมพวา... รับรองว่าคุณต้องหลงเสน่ห์อัมพวาเป็นได้...
หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
- สถานีเดินรถโดยสารประจำทาง โทร.0-3471-6962
- สถานีรถไฟสมุทรสงคราม โทร.0-3471-1906
- ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร.0-3471-4881
- ตำรวจทางหลวง โทร.1193
- ตำรวจท่องเที่ยว โทร.1155
การเดินทาง
รถยนต์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ธนบุรี-ปากท่อ) ถึง กม.ที่ 63 เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ผ่านตัวเมือง จากนั้นเข้าทางหลวง 325 สมุทรสงคราม-บางแพ กม.ที่ 36-37 มาทางแยกซ้ายเข้าไปทางที่จะไปอุทยานฯ ร.2 ตลาดน้ำจะอยู่ใกล้กับอุทยานฯ ร.2
รถโดยสารประจำทาง นั่งรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ - ราชบุรี - ดำเนินสะดวก มาลงที่ตลาดอัมพวา